แม่ของฉัน .. ไม่ธรรมดา

posted on 29 Jul 2009 17:35 by payufon

"ถ้าเรารักใครสักคน เราจะทำและทนทุกอย่างได้เพื่อเขา"

ถ้าเป็นเมื่อก่อน มีใครมาพูดประโยคเชย ๆ และไม่มีเชิงแบบนี้ให้ฟัง

ฉันคงเมินหน้า พร้อมกับความคิดที่ว่าไม่มีทางที่จะมีคนคนนั้นอยู่ในโลก

แต่พอถึงวันนี้ เมื่อชีวิตผ่านร้อน หนาว ร้าวราน สุขและทุกข์ มากมายหมุนเวียน

จนรู้ว่ามันต้องเป็นเช่นนั้น  ฉันก็ตัดสินใจได้ว่า ที่ผ่านมา.. ฉันคิดผิด

เพราะว่า คนแบบที่ว่ามีอยู่จริง ๆ ในโลกคนคนนั้น ก็คือ "แม่" ของทุกคน  

  ภาพเคลื่อนไหว

 เพราะอะไรน่ะหรือ

ก็เพราะฉันเห็นตัวอย่างจากแม่ของฉันนั่นไง

ผู้หญิงใจดี ทำงานหนัก ... และรักลูกอย่างที่สุด

ไม่เคยมีอะไรยากเกินไปเมื่อมาถึงมือแม่  

ไม่ว่าจะเป็นงานฝีมือของฉันหรืองานเลื่อยไม้ทำกรอบรูปของน้องชาย 

ล้วนเป็นเรื่องสบาย ๆ ของแม่

แต่ยังคงเป็นเรื่องยากของฉันจนถึงทุกวันนี้ ...  

   ภาพเคลื่อนไหว 

นอกจากนี้ สิ่งที่ฉันยืนยันได้อย่างหนักแน่นมั่นคงก็คือ

อะไรก็ตามที่แม่พร่ำสอน ตั้งแต่เราเพิ่งฟังภาษาคนรู้เรื่องจนกระทั่งเราโต

จนผมขาว(กว่าแม่) หรือแก่เฒ่าขนาดไหน

ถ้าแม่ของเรายังอยู่ ยังบ่น ยังสอน แทนที่จะหงุดหงิด รำคาญ เหมือนอย่างที่เคยเป็น

ก็ลองเปลี่ยนเป็นกอดแรง ๆ 1 ที(ใช้น้ำหนักกอดเท่าที่เคยหงุดหงิดก็ได้นะ)

เพราะเมื่อเราโตขึ้น มีลูก หรือไม่มีก็แล้วแต่   ในที่สุดแล้ว ... ทำไม๊  ทำไม

ทุกเรื่องที่แม่บอก มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ  

 ภาพเคลื่อนไหว 

หรือแม่จะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า 

ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่ แม่รู้ทันเรา แม่รู้จักลูกของแม่อย่างดีนั่นเอง....

แล้วฉันก็เชื่ออย่างจริงจังด้วยว่า คนที่รักเรามากที่สุดในโลก ก็คือแม่

เพราะไม่ว่าโลกภายนอกจะโหดร้ายและทำให้เรารู้สึกย่ำแย่สักแค่ไหน

แต่พอกลับถึงบ้านประโยคแรกที่ได้ยินก็คือ

กลับแล้วเหรอ หิวข้าวหรือเปล่าแม่ทำกับข้าวที่ชอบเอาไว้ให้แล้ว    

 ภาพเคลื่อนไหว

 หรือเวลาบอกแม่ว่ากลัวผี..แม่ของฉันไม่เคยพูดว่า ผีไม่มีในโลก

จริง ๆ แล้ว แม่ได้ให้ความเห็นอะไรมากนักหรอกเกี่ยวกับเรื่องผี

แม่เพียงแต่บอกฉันว่า ให้ลูกสวดมนต์ก่อนนอน แล้วแผ่เมตตาให้กับผีที่เรากลัว

พร้อมๆ กับอวยพรให้คนที่เรารัก แล้วลูกจะหลับฝันดี..

จริงของแม่ กว่าจะสวดมนต์จบ แผ่เมตตาเสร็จ รวมทั้งอวยพรครบคน

ฉันก็ง่วงได้ที่ แล้วเลยลืมเรื่องกลัวผีไปได้ทุกครั้ง  

 

 ภาพเคลื่อนไหว 

เหมือนกับอีกหลาย ๆ ช่วงเวลาของชีวิตเมื่อเติบโตขึ้น

วันที่ไม่ต้องทำการบ้าน หรือไม่มีงานฝีมือให้ต้องหลังขดหลังแข็งทำส่งครูอีกต่อไป

วันที่มีโลกใบใหม่ มีคนหน้าใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตเพิ่มขึ้น

วันที่ความสนใจทั้งหมด ถูกทุ่มลงให้กับสิ่งใหม่ ๆ ที่อยู่ตรงหน้า

โดยลืมสนิทเลย ว่ามีคนหนึ่ง ที่มองตามหลังเรา ตอนก้าวออกจากบ้าน ด้วยสายตาห่วงใย และใจที่เปี่ยมกังวล

ไม่ว่าจะออกจากบ้านไปทำงาน ไปกินข้าวกับเพื่อน ไปเที่ยวกับแฟน

หรือแค่ไปซื้อของปากซอยเหมือนกับว่า อายุของเราไม่เคยเพิ่มขึ้นเลย ...  

จริง ๆ แล้วน่าจะดี เพราะทำให้เรารู้สึ